หลายคนที่สูญเสียฟันไปมักมีคำถามคล้ายกันว่า “ทำรากฟันเทียมนานไหม?” หรือ “ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะใส่ฟันได้จริง?” คำตอบที่ได้ยินบ่อยคือ “แล้วแต่คนแล้วแต่กรณี” ซึ่งฟังแล้วก็ยังไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ บทความนี้จะพาไปดูภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันที่ได้ใช้ฟันจริง เพื่อให้วางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น
รากฟันเทียมคืออะไร? ทำไมถึงต้องใช้เวลา?
รากฟันเทียม คือ สกรูไทเทเนียมขนาดเล็กที่ฝังลงในกระดูกขากรรไกรแทนรากฟันธรรมชาติที่หายไป จากนั้นจึงครอบฟันหรือใส่ฟันปลอมไว้ด้านบนอีกที

เหตุผลที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานก็เพราะร่างกายต้องการเวลาในการ “ยึดติด” กระดูกเข้ากับตัวรากฟันเทียม กระบวนการนี้เรียกว่า Osseointegration หรือการหลอมรวมของกระดูกกับรากฟันเทียม ซึ่งเร่งไม่ได้ ต้องรอให้ร่างกายทำงานของมันเองตามธรรมชาติ
ขั้นตอนทำรากฟันเทียม มีอะไรบ้าง?
ขั้นที่ 1: ตรวจประเมินและวางแผน (1–2 สัปดาห์)
ก่อนทำรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟัน เหงือก และกระดูกขากรรไกรอย่างละเอียด โดยมักใช้ภาพ X-ray หรือ CT Scan เพื่อดูว่ากระดูกมีปริมาณเพียงพอสำหรับรองรับรากฟันเทียมหรือไม่
ถ้ากระดูกบางหรือน้อยเกินไป อาจต้องเพิ่มขั้นตอน “เสริมกระดูก” เข้ามาก่อน ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาโดยรวมยาวนานขึ้น

ขั้นที่ 2: ฝังรากฟันเทียม (1 วัน)
วันที่ฝังรากใช้เวลาเพียง 1–2 ชั่วโมงในคลินิก ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่ทำ จากนั้นจึงผ่าเหงือกเล็กน้อยเพื่อเข้าถึงกระดูก แล้วฝังรากฟันเทียมลงไปตามตำแหน่งที่วางแผนไว้
หลังจากนั้นทันตแพทย์จะเย็บแผลปิด และนัดติดตามอาการในช่วง 1–2 สัปดาห์ถัดมา
ขั้นที่ 3: รอกระดูกยึดติด (3–6 เดือน)
นี่คือช่วงที่หลายคนรู้สึกว่า “นานมาก” แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
ร่างกายจะค่อยๆ สร้างเนื้อกระดูกใหม่ให้หุ้มรอบรากฟันเทียมจนยึดแน่นเหมือนรากฟันจริง ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ตำแหน่งของฟัน ขากรรไกรล่างกระดูกแน่นกว่า จึงยึดติดเร็วกว่าขากรรไกรบน
- สุขภาพโดยรวม ผู้ที่มีโรคเบาหวาน สูบบุหรี่ หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจใช้เวลานานขึ้น
- ปริมาณและคุณภาพของกระดูก กระดูกที่มีความหนาแน่นดีจะยึดติดได้เร็วกว่า
ในช่วงนี้ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวอาหารแข็งๆ บริเวณที่ทำ

ขั้นที่ 4: ใส่ Abutment และพิมพ์ฟัน (1–2 สัปดาห์)
เมื่อรากฟันยึดติดกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะนัดมาติดตั้ง Abutment ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างรากฟันเทียมกับครอบฟัน จากนั้นจึงพิมพ์ฟันเพื่อส่งทำครอบฟันในห้องปฏิบัติการ
ขั้นที่ 5: ใส่ครอบฟันถาวร (1–2 สัปดาห์หลังพิมพ์ฟัน)
เมื่อครอบฟันพร้อม ทันตแพทย์จะนัดมาใส่และปรับให้พอดีกับการสบฟัน เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์
สรุประยะเวลาโดยรวม
| ขั้นตอน | ระยะเวลา |
|---|---|
| ตรวจประเมินและวางแผน | 1–2 สัปดาห์ |
| ฝังรากฟันเทียม | 1 วัน |
| รอกระดูกยึดติด | 3–6 เดือน |
| ใส่ Abutment และพิมพ์ฟัน | 1–2 สัปดาห์ |
| ใส่ครอบฟันถาวร | 1–2 สัปดาห์ |
| รวมทั้งหมด | ประมาณ 4–8 เดือน |
กรณีที่ต้องเสริมกระดูกก่อน อาจต้องบวกเวลาเพิ่มอีก 3–6 เดือน ทำให้บางรายใช้เวลารวมทั้งสิ้นถึง 1 ปีหรือมากกว่านั้น
ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลานานขึ้น
หลายคนสงสัยว่าทำไมบางคนทำเสร็จใน 4 เดือน แต่บางคนต้องรอนานเกือบปี คำตอบอยู่ที่ปัจจัยเหล่านี้
- กระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ คนที่สูญเสียฟันมานานโดยไม่ได้รักษา กระดูกจะค่อยๆ ละลายหายไปตามธรรมชาติ เมื่อกระดูกเหลือน้อยเกินไปก็จำเป็นต้องเสริมกระดูกก่อน ซึ่งต้องรอให้กระดูกใหม่แข็งแรงพอก่อนจึงจะฝังรากได้
- โรคประจำตัว โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ดีจะทำให้แผลหายช้าและกระดูกยึดติดได้ยากขึ้น รวมถึงโรคที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันก็มีผลในทำนองเดียวกัน
- การสูบบุหรี่ นิโคตินในบุหรี่ขัดขวางการไหลเวียนเลือดบริเวณเหงือกและกระดูก ทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงที่รากฟันจะไม่ยึดติด
- สุขอนามัยช่องปาก ถ้ามีโรคเหงือกอยู่ก่อน จำเป็นต้องรักษาให้หายก่อน เพราะการอักเสบของเหงือกจะส่งผลเสียต่อความสำเร็จของการฝังรากฟัน
ระยะเวลาทำรากฟันเทียมโดยทั่วไปอยู่ที่ 4–8 เดือน ตั้งแต่เริ่มต้นจนใส่ฟันได้จริง และอาจนานกว่านั้นในรายที่ต้องเสริมกระดูกหรือมีปัจจัยซับซ้อนเพิ่มเติม
แม้จะต้องใช้เวลาและความอดทนในการรอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือฟันที่แข็งแรง ใช้งานได้ใกล้เคียงฟันปกติ และแลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการรอในระยะยาว *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ถ้ายังมีคำถามหรืออยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับรากฟันเทียมหรือไม่ ทางที่ดีที่สุดคือนัดปรึกษาทันตแพทย์โดยตรง เพื่อตรวจประเมินและวางแผนให้เหมาะกับสภาพฟันและกระดูกของแต่ละคนโดยเฉพาะ
คลินิกบ้านหมอฟัน Loei Dental House Clinic
ที่ตั้ง: คลินิกบ้านหมอฟัน ตั้งอยู่ติดกับร้านแอดไวซ์ สาขาราชภัฏฯ จ.เลย
เบอร์โทรศัพท์: 088-060-1108
LINE Official: @loeidentalhous
เว็บไซต์: loeidentalhouse.com



