เมื่อวางแผนทำรากฟันเทียม หลายคนมักสงสัยว่าควรเลือกยี่ห้อไหนดี รากฟันเทียมเกาหลีกับสวิสต่างกันมากไหม? และทำไมราคาจึงต่างกันหลายหมื่นบาทต่อซี่ สองระบบที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบคือ Neobiotech จากเกาหลีใต้ และ Straumann จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต่างมีงานศึกษาทางคลินิกรองรับ รวมถึงมีงานวิจัยบางส่วนที่นำทั้งสองระบบมาเปรียบเทียบกันโดยตรง
ราคาที่สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคนมากกว่าเสมอไป ขณะเดียวกัน ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าก็ไม่ได้บอกว่าระบบนั้นมีคุณภาพต่ำ การเลือกต้องดูทั้งรุ่น วัสดุ พื้นผิว รูปทรง ขนาด ชิ้นส่วนที่รองรับ ข้อมูลทางคลินิก และความเหมาะสมกับสภาพช่องปากของแต่ละคน
รากฟันเทียมเกาหลีกับสวิสต่างกันอย่างไร?
รากฟันเทียมทำหน้าที่เป็นฐานที่ฝังลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อรองรับแกนต่อและครอบฟัน หลักการทำงานพื้นฐานของรากฟันเทียมเกาหลีและสวิสจึงเหมือนกัน ความแตกต่างที่มีความหมายต่อแผนรักษาอยู่ในรายละเอียดของแต่ละระบบ เช่น วัสดุ รูปทรงตัวราก ลักษณะเกลียว พื้นผิว จุดเชื่อมต่อ ขนาด เครื่องมือผ่าตัด และข้อมูลติดตามผลในผู้ป่วย
หลังฝังรากเทียม ร่างกายจะค่อยๆ สร้างกระดูกมายึดกับพื้นผิว กระบวนการนี้เรียกว่า osseointegration หรือการยึดติดระหว่างกระดูกกับรากฟันเทียม ผู้ผลิตจึงพัฒนารูปทรงและพื้นผิวเพื่อสนับสนุนกระบวนการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผลการรักษายังขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพกระดูก สุขภาพเหงือก เทคนิคการผ่าตัด แรงบดเคี้ยว และการดูแลหลังรักษา

รู้จักรากฟันเทียมเกาหลี Neobiotech
Neobiotech เป็นแบรนด์รากฟันเทียมจากเกาหลีใต้ มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม IS หลายรุ่น โดยรุ่นที่มีการนำมาเปรียบเทียบในงานวิจัยคือ IS-II Active ซึ่งผลิตจากไทเทเนียมและใช้พื้นผิวแบบ SLA
SLA เป็นกระบวนการพ่นอนุภาคและกัดกรด เพื่อสร้างความขรุขระระดับจุลภาคบนผิวรากเทียม จุดประสงค์คือเพิ่มพื้นที่ให้กระดูกยึดกับพื้นผิว ร่วมกับรูปทรงตัวรากและเกลียวที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสร้าง primary stability หรือความมั่นคงเชิงกลทันทีหลังฝัง
ความมั่นคงช่วงแรกไม่ได้หมายความว่ากระดูกยึดกับรากเทียมสมบูรณ์แล้ว และไม่ใช่ว่ายิ่งฝังแน่นมากยิ่งดีเสมอไป หากใช้แรงมากเกินความเหมาะสมอาจสร้างแรงกดต่อกระดูกได้ ทันตแพทย์จึงต้องพิจารณาความแข็งของกระดูก ตำแหน่งฟัน ขนาดรากเทียม และวิธีเตรียมกระดูกประกอบกัน

รู้จักรากฟันเทียมสวิส Straumann
Straumann เป็นระบบรากฟันเทียมจากสวิตเซอร์แลนด์ที่มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม จุดเด่นคือมีตัวเลือกด้านวัสดุ พื้นผิว ขนาด และชิ้นส่วนจำนวนมาก พร้อมงานศึกษาทางคลินิกและข้อมูลติดตามระยะยาวหลายชุด คำที่พบได้บ่อยในระบบนี้คือ SLActive และ Roxolid ซึ่งเป็นคุณสมบัติคนละส่วนกัน
SLActive คืออะไร?
SLActive เป็นพื้นผิวชนิดชอบน้ำที่พัฒนาต่อจากพื้นผิว SLA ทำให้เลือดและของเหลวในร่างกายสัมผัสพื้นผิวได้ดีในช่วงแรกหลังฝัง คุณสมบัตินี้อาจมีประโยชน์ต่อการวางแผนช่วงการยึดกับกระดูกและการเริ่มรับแรงในผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะใส่ฟันได้ทันที
Roxolid คืออะไร?
Roxolid เป็นโลหะผสมระหว่างไทเทเนียมประมาณ 85% กับเซอร์โคเนียมประมาณ 15% พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของวัสดุ จึงอาจเพิ่มทางเลือกเมื่อทันตแพทย์พิจารณารากเทียมเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด อย่างไรก็ตาม การใช้ Roxolid ไม่ได้รับรองว่าจะหลีกเลี่ยงการเสริมกระดูกได้ทุกกรณี
ตารางเปรียบเทียบ Neobiotech กับ Straumann
| ประเด็น | Neobiotech | Straumann |
| ประเทศต้นกำเนิด | เกาหลีใต้ | สวิตเซอร์แลนด์ |
| ระบบที่มีงานเปรียบเทียบกันโดยตรง | IS-II Active / IS-III Active | Bone Level SLActive |
| พื้นผิว | SLA และพื้นผิวอื่นตามรุ่น | SLA / SLActive ตามรุ่น |
| วัสดุ | Titanium เป็นหลักในหลายรุ่น | Titanium และ Roxolid ในบางรุ่น |
| จุดเด่น | มีงานวิจัยเปรียบเทียบกับ Straumann โดยตรง และมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าในหลายคลินิก | มีงานวิจัยจำนวนมาก ข้อมูลติดตามระยะยาว และเทคโนโลยีเฉพาะในบางรุ่น |
| ข้อมูลระยะยาว | มีข้อมูลหลายปี แต่จำนวนงานระยะยาวยังน้อยกว่า Straumann | มีฐานข้อมูลและงานติดตามระยะยาวจำนวนมาก |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่ต้องการระบบที่มีข้อมูลรองรับและคำนึงถึงงบประมาณร่วมด้วย | ผู้ที่ให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลระยะยาวหรือมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะกับเทคโนโลยีบางรุ่น |
การเปรียบเทียบนี้เป็นการเปรียบเทียบภาพรวมชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียวยังไม่บอกชื่อรุ่น ขนาด พื้นผิว และจุดเชื่อมต่อที่ใช้จริง ผู้รับบริการควรสอบถามข้อมูลเหล่านี้และเก็บไว้ เพื่อให้สามารถหาแกนต่อ สกรู หรือชิ้นส่วนทดแทนได้ตรงระบบในอนาคต
งานวิจัยที่เปรียบเทียบ Neobiotech กับ Straumann พบอะไร?
งานทดลองแบบสุ่มของ Ryu และคณะศึกษา ในงานวิจัยเรื่อง Early loading of splinted implants supporting a two-unit fixed partial denture in the posterior maxilla: 13-month results from a randomized controlled clinical trial of two different implant systems
โดยศึกษาในผู้ป่วย 30 คน ซึ่งสูญเสียฟันหลังขากรรไกรบนติดกัน 2 ซี่ ใช้รากเทียมรวม 60 ราก และสุ่มเปรียบเทียบ Straumann Bone Level SLActive กับ Neobiotech CMI IS-II Active ผู้ป่วยได้รับฟันชั่วคราวหลังผ่าตัดประมาณ 4 สัปดาห์ ใส่ฟันถาวรเมื่อครบ 6 เดือน และติดตามรวมประมาณ 13 เดือน
ผู้วิจัยประเมินแรงบิดขณะฝัง ค่า ISQ ซึ่งใช้ติดตามความมั่นคง การเปลี่ยนแปลงระดับกระดูกขอบราก และสภาพเนื้อเยื่อรอบราก ผลพบว่ารากเทียมทั้ง 60 รากผ่านเกณฑ์ความสำเร็จของการศึกษา การเปลี่ยนแปลงระดับกระดูกขอบรากเฉลี่ยอยู่ที่ 0.98 มิลลิเมตรในกลุ่ม Straumann และ 0.61 มิลลิเมตรในกลุ่ม Neobiotech แต่ผลโดยรวมไม่แตกต่างชัดเจนพอที่จะสรุปว่าแบรนด์หนึ่งเหนือกว่าอีกแบรนด์
งานวิจัยนี้คัดเลือกเฉพาะรากเทียมที่มีแรงบิดขณะฝังอย่างน้อย 30 Ncm และค่า ISQ อย่างน้อย 65 รวมถึงศึกษาเฉพาะฟันหลังบนและติดตาม 13 เดือน ผลจึงแสดงว่าทั้งสองระบบให้ผลใกล้เคียงกันภายใต้เงื่อนไขของงานวิจัย ไม่ใช่การรับรองผลสำหรับผู้ป่วยทุกคน
อีกงานหนึ่งเปรียบเทียบ Straumann SLActive, Neobiotech IS-III Active และ Neobiotech IS-III HActive ในผู้ที่สูญเสียฟันหลังล่างหนึ่งซี่และใช้แนวทางใส่ฟันเร็ว เมื่อติดตามประมาณ 48 สัปดาห์ พบการเปลี่ยนแปลงระดับกระดูกขอบรากเฉลี่ยดังตาราง
| ระบบ | กระดูกรอบรากเทียมลดลงเฉลี่ย |
|---|---|
| Straumann SLActive | 0.28 ± 0.25 มม. |
| Neobiotech IS-III Active | 0.20 ± 0.15 มม. |
| Neobiotech IS-III HActive | 0.34 ± 0.22 มม. |
ผลการวิเคราะห์ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างทั้งสามระบบ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าระบบใดให้ผลเหนือกว่าอย่างชัดเจน
อัตรารอดของรากฟันเทียมหมายความว่าอย่างไร?
อัตรารอดหรือ survival rate หมายถึงรากเทียมยังอยู่และสามารถใช้งานต่อได้ตามเกณฑ์ของงานวิจัย ส่วนอัตราความสำเร็จอาจใช้เกณฑ์ละเอียดกว่า เช่น รากเทียมไม่โยก ไม่มีอาการปวดหรือการติดเชื้อ และระดับกระดูกรอบรากอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
งาน Neobiotech ติดตามผู้ป่วย 36 คน รวมรากเทียม 69 ราก และพบการล้มเหลว 2 รากก่อนเริ่มรับแรง ส่วนงาน Straumann ศึกษารากเทียม 1,692 ราก โดยสรุประยะติดตามและอัตรารอดไว้ในตารางต่อไปนี้
| การศึกษา | ระบบ | ระยะติดตาม | ผลที่รายงาน |
| Ryu และคณะ | Neobiotech IS-II Active เทียบ Straumann SLActive | 13 เดือน | ทั้ง 60 implants ผ่านเกณฑ์ความสำเร็จของงาน |
| การศึกษา Neobiotech CMI | Neobiotech | ประมาณ 5 ปี | Cumulative Survival 97.1% |
| การศึกษา Straumann Tissue Level | Straumann | 10 ปี | Implant-level Survival 98.23% |
ตัวเลขทั้งสองมาจากคนละการศึกษา ใช้ผลิตภัณฑ์ กลุ่มผู้ป่วย ตำแหน่ง และระยะติดตามต่างกัน จึงไม่ควรนำมาหักลบเพื่อจัดอันดับแบรนด์โดยตรง นอกจากนี้ การที่รากเทียมยังอยู่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาเหงือกอักเสบ กระดูกลด สกรูคลาย หรือครอบฟันเสียหาย
รากฟันเทียมที่คลินิกบ้านหมอฟันมีให้บริการ
คลินิกบ้านหมอฟัน (Loei Dental House Clinic) มีบริการรากฟันเทียมทั้ง 2 ระบบที่เปรียบเทียบในบทความนี้ ได้แก่
- Neobiotech จากเกาหลีใต้ ราคาเริ่มต้นซี่ละ 35,000 บาท
- Straumann จากสวิตเซอร์แลนด์ ราคาเริ่มต้นซี่ละ 75,000 บาท
ราคาที่ประเมินจริงขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนซี่ ตำแหน่งฟัน ปริมาณกระดูก และขั้นตอนเพิ่มเติมที่จำเป็น ทันตแพทย์จะสรุปแผนและรายการค่าใช้จ่ายหลังตรวจช่องปากและภาพ CBCT
ทำไมรากฟันเทียมแต่ละยี่ห้อราคาจึงไม่เท่ากัน?
ราคาของรากฟันเทียมไม่ได้มาจากตัวรากที่ฝังในกระดูกเพียงชิ้นเดียว แต่ครอบคลุมวัสดุ เทคโนโลยีพื้นผิว กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ งานวิจัย เครื่องมือผ่าตัด จุดเชื่อมต่อ แกนต่อ สกรู อุปกรณ์สแกน และความพร้อมของชิ้นส่วนในระยะยาว
Straumann บางรุ่นมีเทคโนโลยีเพิ่มเติม เช่น Roxolid และ SLActive รวมถึงมีฐานข้อมูลติดตามระยะยาวจำนวนมาก จึงมีต้นทุนของระบบสูงขึ้น ส่วน Neobiotech มีพื้นผิว SLA มีงานศึกษาทางคลินิกรองรับ และมีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า
ราคาแพ็กเกจของแต่ละคลินิกอาจรวมรายการไม่เหมือนกัน ก่อนเปรียบเทียบควรถามว่าราคารวมตัวรากเทียม แกนต่อ ครอบฟัน ภาพ CBCT ค่าผ่าตัด และการติดตามผลหรือไม่? หากต้องรักษาโรคเหงือก ถอนฟัน เสริมกระดูก หรือเพิ่มเนื้อเยื่อ ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงขึ้น
ปัจจัยที่ทันตแพทย์ใช้พิจารณาเลือกระบบรากฟันเทียม
- ตำแหน่งฟัน: ฟันหน้าต้องให้ความสำคัญกับแนวเหงือกและความสวยงาม ส่วนฟันหลังต้องรองรับแรงบดเคี้ยวมากกว่า
- ปริมาณและคุณภาพกระดูก: ต้องประเมินความกว้าง ความสูง และความหนาแน่นของกระดูก รวมถึงตำแหน่งเส้นประสาทและโพรงไซนัส
- พื้นที่สำหรับวางรากเทียม: ต้องมีระยะเพียงพอระหว่างฟันและในแนวแก้ม–ลิ้น เพื่อให้ครอบฟันรับแรงและทำความสะอาดได้เหมาะสม
- ความหนาและสภาพเหงือก: มีผลต่อแนวเหงือก ความสวยงาม และการดูแลระยะยาว
- แรงบดเคี้ยวและการนอนกัดฟัน: ผู้ที่มีแรงบดเคี้ยวสูงอาจเสี่ยงต่อสกรูคลาย ครอบฟันบิ่น หรือชิ้นงานแตกมากขึ้น
- ความต้องการด้านความสวยงาม: โดยเฉพาะฟันหน้า ต้องประเมินแนวยิ้ม สีฟัน ระดับกระดูก และรูปทรงเหงือก
- แผนใส่ฟันและระยะเวลารอ: การใส่ฟันทันทีหรือใส่ฟันเร็วต้องอาศัยความมั่นคงช่วงแรกและสภาพกระดูกที่เหมาะสม
- สุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยง: โรคเหงือก การสูบบุหรี่ และโรคประจำตัวบางชนิดต้องได้รับการควบคุมก่อนรักษา
- ประสบการณ์ของทันตแพทย์และความพร้อมของชิ้นส่วน: ระบบที่เลือกควรสอดคล้องกับเครื่องมือ ความชำนาญ และการหาอะไหล่ในอนาคต
Neobiotech หรือ Straumann เหมาะกับใคร?
Neobiotech อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบซึ่งมีข้อมูลทางคลินิกรองรับ ต้องการพิจารณาความคุ้มค่าร่วมกับงบประมาณ และมีสภาพกระดูกกับตำแหน่งฟันที่เหมาะกับรุ่นและขนาดที่มี จุดที่น่าสนใจคือมีงานทดลองแบบสุ่มที่เปรียบเทียบกับ Straumann โดยตรง และให้ผลโดยรวมใกล้เคียงกันภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษา
Straumann อาจเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลติดตามระยะยาว ต้องการตัวเลือกวัสดุ พื้นผิว และชิ้นส่วนหลายรูปแบบ หรือมีข้อจำกัดที่ทันตแพทย์เห็นว่า Roxolid หรือ SLActive อาจช่วยในการวางแผนได้ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเลี่ยงการเสริมกระดูกหรือใส่ฟันได้ทันทีทุกกรณี
สรุป เลือกรากฟันเทียม Neobiotech หรือ Straumann ดี?
Neobiotech เด่นด้านราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า ใช้พื้นผิว SLA และมีงานเปรียบเทียบกับ Straumann โดยตรง ส่วน Straumann เด่นด้านตัวเลือกวัสดุและพื้นผิว เช่น Roxolid และ SLActive ตลอดจนมีฐานข้อมูลติดตามระยะยาวจำนวนมากกว่า
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าแบรนด์หนึ่งดีกว่าอีกแบรนด์ในทุกกรณี การเลือกจึงควรเริ่มจากตำแหน่งฟัน ปริมาณและคุณภาพกระดูก สภาพเหงือก แรงบดเคี้ยว ความต้องการด้านความสวยงาม โรคประจำตัว แผนใส่ฟัน และงบประมาณ จากนั้นทันตแพทย์จึงเลือกรุ่น ขนาด วัสดุ และพื้นผิวที่ตอบโจทย์แต่ละคน
*ผลการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การตรวจรักษาหรือทำหัตถการอาจไม่ได้ผลตามที่คาดและอาจเกิดผลข้างเคียง ควรเข้ารับการตรวจและปรึกษาทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองคิว
คลินิกบ้านหมอฟัน Loei Dental House Clinic
- ที่ตั้ง: ติดกับร้านแอดไวซ์ สาขาราชภัฏฯ จ.เลย
- เบอร์โทรศัพท์: 088-060-1108
- LINE Official: @loeidentalhouse
- เว็บไซต์: loeidentalhouse.com




