รากฟันเทียมทั้งปาก All-on-4 หรือ All-on-6 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสภาพฟัน

เปรียบเทียบรากฟันเทียมทั้งปากแบบ all on 4 กับ all on 6

ผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปากหรือเกือบทั้งปาก มักเจอกับปัญหาการเคี้ยวอาหารลำบาก พูดไม่ชัด และขาดความมั่นใจในการยิ้ม การใส่ฟันปลอมแบบถอดได้อาจช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้น แต่หลายคนต้องการทางเลือกที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากขึ้น รากฟันเทียมทั้งปากจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเทคนิค All-on-4 และ All-on-6 ที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ

บทความนี้พาไปทำความเข้าใจว่ารากฟันเทียมทั้งปากคืออะไร? เทคนิค All-on-4 และ All-on-6 แตกต่างกันอย่างไร? พร้อมแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาว่าแบบไหนอาจเหมาะกับสภาพฟันและกระดูกขากรรไกรของแต่ละคน

รากฟันเทียมทั้งปากคืออะไร?

รากฟันเทียมทั้งปาก หมายถึงการฝังรากเทียมหลายตัวลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อใช้เป็นฐานรองรับสะพานฟันปลอมทั้งแถวแบบติดแน่นระยะยาวเหมือนฟันปลอมทั่วไป

รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือ รากฟันเทียมแบบ All-on-4 ซึ่งใช้รากเทียม 4 ตัวต่อขากรรไกรหนึ่งข้าง และรากฟันเทียมแบบ All-on-6 ที่ใช้รากเทียม 6 ตัวต่อขากรรไกรหนึ่งข้าง ทั้งสองแบบมีแนวคิดพื้นฐานคล้ายกัน คือใช้รากเทียมจำนวนไม่มากรองรับฟันปลอมทั้งแถว แทนที่จะฝังรากเทียมแทนฟันทุกซี่แบบเดิมโดยรากเทียมจะยึดติดกับกระดูกขากรรไกรและทำหน้าที่คล้ายรากฟันธรรมชาติ

รากฟันเทียม all on 4

รากฟันเทียมแบบ All-on-4 ทำงานยังไง?

เทคนิคการทำรากฟันเทียมแบบ All-on-4 ใช้รากเทียม 4 ตัว โดยวางรากเทียม 2 ตัวด้านหน้าในแนวตรง และอีก 2 ตัวด้านหลังในลักษณะเอียงมุมมุมเอียงอยู่ที่ประมาณ 30-45 องศา การวางในมุมเอียงนี้ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถใช้พื้นที่กระดูกที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมักช่วยลดความจำเป็นในการปลูกกระดูกเสริม

ด้วยจำนวนรากเทียมที่น้อยกว่า การผ่าตัดจึงมักใช้เวลาน้อยกว่า และเหมาะกับผู้ที่มีความหนาแน่นกระดูกระดับปานกลาง

รากฟันเทียมแบบ all on 6

รากฟันเทียมแบบ All-on-6 ทำงานยังไง?

การทำรากฟันเทียมแบบ All-on-6 ก็ใช้แนวคิดเดียวกับ All-on-4 แต่เพิ่มรากเทียมอีก 2 ตัว รวมเป็น 6 ตัวต่อขากรรไกร รากเทียมที่เพิ่มขึ้นช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวไปยังจุดรองรับที่มากขึ้น ทำให้แรงที่ตกลงบนรากเทียมแต่ละตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับ All-on-4

การเพิ่มรากเทียมยังช่วยให้วางในแนวตั้งฉากได้มากขึ้น โดยพึ่งพามุมเอียงน้อยลง ซึ่งบางความเห็นทางคลินิกระบุว่าอาจช่วยลดแรงเครียดที่สะสมบนรากเทียมแต่ละตัวได้

ความแตกต่างหลักระหว่าง All-on-4 และ All-on-6

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สามารถสรุปความแตกต่างสำคัญได้ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบ All-on-4 และ All-on-6

หัวข้อเปรียบเทียบAll-on-4All-on-6
จำนวนรากเทียม4 ตัวต่อขากรรไกร6 ตัวต่อขากรรไกร
ความต้องการด้านกระดูกมักไม่ต้องปลูกกระดูกเสริม เนื่องจากใช้รากเทียมมุมเอียงด้านหลังมักต้องการกระดูกที่แข็งแรงกว่า เพื่อรองรับรากเทียมจำนวนมากขึ้น
การกระจายแรงบดเคี้ยวแรงกระจุกอยู่ที่รากเทียม 4 จุดหลักมีจุดรองรับมากกว่า จึงกระจายแรงได้ทั่วถึงกว่า
ระยะเวลาผ่าตัดใช้เวลาผ่าตัดสั้นกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมีรากเทียมน้อยกว่าใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามจำนวนตำแหน่งที่ต้องฝังรากเทียม
ระยะพักฟื้นอยู่กับสรีระและการตอบสนองของร่างกายเฉพาะบุคคลใกล้เคียงกับ All-on-4 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินสุขภาพโดยรวมของทันตแพทย์
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 160,000 บาท* (เนื่องจากจำนวนรากเทียมและขั้นตอนการผ่าตัดที่น้อยกว่า)เริ่มต้นประมาณ 220,000 บาท* (เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น)

ทั้งนี้ตัวเลขค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล และดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ตรวจประเมิน

ใครเหมาะกับการทำรากฟัเทียมแบบ All-on-4

รากฟันเทียมแบบ All-on-4 มักได้รับการพิจารณาในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีมวลกระดูกขากรรไกรระดับปานกลาง และช่วยลดแนวโน้มหรือลดโอกาสความจำเป็นในการผ่าตัดปลูกกระดูกเสริมเพิ่มเติมซึ่งอาจทำให้ระยะเวลารักษายาวนานขึ้น ผู้ที่ต้องการพักฟื้นระยะสั้นและมีงบประมาณจำกัดมากกว่า มักพิจารณาเทคนิคนี้เป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีมวลกระดูกน้อยมากหรือมีภาวะกระดูกบางเฉพาะจุด อาจต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมว่าเทคนิคนี้เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากรากเทียมแต่ละตัวจะต้องรองรับแรงบดเคี้ยวมากกว่า

ระดับมวลกระดูกขากรรไกร

ใครเหมาะกับการทำรากฟันเทียมแบบ All-on-6

All-on-6 มักถูกแนะนำในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีความหนาแน่นของกระดูกเพียงพอ และต้องการความมั่นคงระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีแรงบดเคี้ยวสูง หรือมีประวัติการใช้ฟันหนักในชีวิตประจำวัน เช่น เคี้ยวอาหารแข็งบ่อยครั้ง

บางความเห็นทางทันตกรรมยังระบุว่า ขากรรไกรบนซึ่งมีเนื้อกระดูกที่นุ่มกว่าขากรรไกรล่าง อาจเหมาะกับรากฟันเทียมแบบ All-on-6 มากกว่า ขณะที่ขากรรไกรล่างมักตอบสนองได้ดีกับรากฟันเทียมแบบ All-on-4 ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากทันตแพทย์เฉพาะทางเป็นรายบุคคล เนื่องจากโครงสร้างกระดูกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สรุป เลือกรากฟันเทียมแบบ All-on-4 หรือ All-on-6 ดี

ทั้งรากฟันเทียมแบบ All-on-4 และ All-on-6 ต่างเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูฟันทั้งปากด้วยรากฟันเทียมแบบติดแน่น ความแตกต่างหลักอยู่ที่จำนวนรากเทียม ความต้องการด้านกระดูก การกระจายแรงบดเคี้ยว และค่าใช้จ่าย

การตัดสินใจเลือกเทคนิคใดเทคนิคหนึ่งจึงไม่มีคำตอบตายตัวที่เหมาะกับทุกคน ควรขึ้นอยู่กับผลการตรวจประเมินความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกร สุขภาพเหงือกโดยรวม พฤติกรรมการใช้ฟัน และงบประมาณของแต่ละบุคคล การปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์และสแกนสามมิติ จะช่วยให้ได้แนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพฟันและกระดูกของแต่ละคน

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบริการรากฟันเทียมได้ที่นี่: https://loeidentalhouse.com/dental-implant/

*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ

ติดต่อสอบถามรายละเอียด/จองคิวที่ เบอร์ 088-060-1108 หรือ LINE Official: @loeidentalhouse

คลินิกบ้านหมอฟัน Loei Dental House Clinic

  • ที่ตั้ง: คลินิกบ้านหมอฟัน ตั้งอยู่ติดกับร้านแอดไวซ์ สาขาราชภัฏฯ จ.เลย
  • เบอร์โทรศัพท์: 088-060-1108
  • LINE Official: @loeidentalhouse
  • เว็บไซต์: loeidentalhouse.com
Scroll to Top