การสูญเสียฟันแท้ (Tooth Loss) ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบบดเคี้ยว (Masticatory System) และโครงสร้างกระดูกขากรรไกร การฟื้นฟูสภาพช่องปากด้วยทันตกรรมประดิษฐ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ เพื่อคืนประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะในช่องปากให้กลับมาใกล้เคียงสภาวะปกติมากที่สุด
มาตรฐานการรักษาเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป มี 2 แนวทางหลักที่ได้รับการยอมรับทางทันตกรรม ได้แก่ รากฟันเทียม (Dental Implants) และ ฟันปลอมชนิดถอดได้ (Removable Dentures) บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในด้านโครงสร้าง ประสิทธิภาพการใช้งาน และผลลัพธ์ระยะยาว เพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผนการรักษา
นิยามและหลักการทำงานของทันตกรรมประดิษฐ์
1. ฟันปลอมชนิดถอดได้ (Removable Dentures)
คือ เครื่องมือทดแทนฟันที่ผู้ป่วยสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ด้วยตนเอง แบ่งออกเป็นฟันปลอมบางส่วน (Partial Denture) และฟันปลอมทั้งปาก (Complete Denture)
- หลักการยึดอยู่: อาศัยแรงยึดจากส่วนตะขอ (Clasp) ที่เกาะบนฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง หรืออาศัยแรงตึงผิวและสุญญากาศระหว่างฐานฟันปลอมกับเยื่อบุช่องปาก
- การรองรับแรง: แรงบดเคี้ยวจะถูกถ่ายทอดผ่านฐานฟันปลอมลงสู่สันเหงือก (Mucosa-supported) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อน

2. รากฟันเทียม (Dental Implants)
คือ วิกฤตการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทน “รากฟัน” ที่สูญเสียไป โดยใช้วัสดุไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีคุณสมบัติเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility)
- หลักการยึดอยู่: อาศัยกระบวนการ ออสซิโออินทิเกรชัน (Osseointegration) หรือการที่เซลล์กระดูกสร้างตัวมายึดเกาะกับผิวของรากเทียมโดยตรง ทำให้รากเทียมมีความเสถียรเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
- การรองรับแรง: แรงบดเคี้ยวจะถูกถ่ายทอดลงสู่กระดูกขากรรไกรโดยตรง (Bone-supported) คล้ายคลึงกับฟันธรรมชาติ

เปรียบเทียบชัดๆ 4 มิติ เรื่องไหนบ้างที่ต้องรู้
1. ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว (Masticatory Efficiency)
ปัจจัยด้านแรงบดเคี้ยวถือเป็นข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างหัตถการทั้งสองประเภท
- ฟันปลอมชนิดถอดได้: เนื่องจากฐานฟันปลอมวางอยู่บนเนื้อเยื่ออ่อน (เหงือก) ซึ่งมีความยืดหยุ่นและยุบตัวได้ การถ่ายทอดแรงบดเคี้ยวจึงทำได้จำกัด งานวิจัยทางทันตกรรมระบุว่าประสิทธิภาพการเคี้ยวอาจลดลงเหลือเพียง 20-40% เมื่อเทียบกับฟันธรรมชาติ ผู้ป่วยอาจประสบปัญหาในการรับประทานอาหารที่มีความเหนียวหรือแข็ง และอาจเกิดการขยับตัวของฟันปลอมขณะใช้งาน
- รากฟันเทียม: ด้วยการยึดติดกับกระดูกขากรรไกรโดยตรง รากฟันเทียมจึงสามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้สูงเทียบเท่าฟันธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ละเอียด ส่งผลดีต่อระบบการย่อยอาหารและโภชนาการในระยะยาว
2. สรีรวิทยาของกระดูกขากรรไกร (Bone Physiology Preservation)
ประเด็นนี้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญต่อโครงสร้างใบหน้าในระยะยาว
- ฟันปลอมชนิดถอดได้: การใส่ฟันปลอมถอดได้เป็นเวลานาน โดยไม่มีรากฟันส่งแรงกระตุ้นไปยังกระดูก จะส่งผลให้เกิดกระบวนการ การละลายตัวของกระดูกเบ้าฟัน (Alveolar Bone Resorption) ทำให้สันเหงือกยุบตัวลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ฟันปลอมที่เคยกระชับเกิดอาการหลวม และอาจส่งผลต่อรูปหน้าภายนอกที่ดูตอบลง
- รากฟันเทียม: แรงบดเคี้ยวที่ส่งผ่านรากเทียมลงสู่กระดูก จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ให้คงสภาพความหนาแน่นและปริมาตรของกระดูกขากรรไกรไว้ได้ ช่วยชะลอการละลายตัวของกระดูกและรักษารูปโครงสร้างใบหน้า
3. ความรู้สึกสัมผัสและสุนทรียภาพ (Sensation & Esthetics)
- ฟันปลอมชนิดถอดได้: กรณีฟันปลอมฐานพลาสติก จำเป็นต้องมีแผ่นฐานเพื่อการยึดอยู่ ซึ่งอาจครอบคลุมบริเวณเพดานปาก (ในฟันบน) ส่งผลต่อการรับรู้รสชาติอาหาร อุณหภูมิ และอาจมีผลต่อการออกเสียงในระยะแรกของการใส่ นอกจากนี้ ตะขอโลหะที่ใช้ยึดเกาะอาจสังเกตเห็นได้ในขณะยิ้มหรือพูด
- รากฟันเทียม: ไม่มีส่วนของฐานพลาสติกส่วนเกินมาปกคลุมเพดานปากหรือเหงือก ทำให้ลิ้นสัมผัสช่องปากได้ตามปกติ ไม่รบกวนการพูด และวัสดุครอบฟัน (Crown) ที่ทำจากเซรามิก สามารถปรับแต่งเฉดสีและรูปร่างให้กลมกลืนกับฟันข้างเคียงได้ในระดับสูง

4. การดูแลรักษาและสุขอนามัย (Maintenance)
- ฟันปลอมชนิดถอดได้: ต้องถอดทำความสะอาดหลังมื้ออาหาร และห้ามใส่นอนเพื่อป้องกันการติดเชื้อรา (Candidiasis) ในช่องปาก และลดแรงกดทับต่อเหงือก
- รากฟันเทียม: สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน (หรือแปรงซอกฟัน) ตามปกติ เสมือนฟันธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ออกมา
ตารางสรุปการเปรียบเทียบทางคลินิก
| ปัจจัยในการพิจารณา | ฟันปลอมชนิดถอดได้ | รากฟันเทียม |
| การยึดอยู่ (Retention) | อาศัยเหงือกและตะขอ (อาจมีการขยับตัว) | ยึดติดกระดูก (มั่นคงสูง) |
| การส่งผ่านแรงบดเคี้ยว | สู่เนื้อเยื่อเหงือก (แรงเคี้ยวลดลง) | สู่กระดูกขากรรไกร (แรงเคี้ยวสูง) |
| ผลต่อกระดูกขากรรไกร | กระดูกมีโอกาสละลายตัวตามกาลเวลา | ช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกร |
| ความรู้สึกในช่องปาก | รู้สึกถึงวัสดุฐานฟันปลอม/ตะขอ | ใกล้เคียงอวัยวะเดิม |
| อายุการใช้งาน | เฉลี่ย 5-10 ปี (อาจต้องเสริมฐานหรือทำใหม่เมื่อเหงือกยุบ) | ยาวนาน (หากดูแลรักษาอย่างถูกวิธี) |
ข้อพิจารณาในการเลือกแผนการรักษา
แม้รากฟันเทียมจะมีข้อได้เปรียบในเชิงสรีรวิทยาและประสิทธิภาพ แต่การตัดสินใจเลือกแผนการรักษาจำเป็นต้องประเมินจากข้อบ่งชี้ทางร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น

- สภาพปริมาณกระดูก (Bone Quantity & Quality) หากผู้ป่วยมีการละลายของกระดูกอย่างรุนแรง อาจจำเป็นต้องมีหัตถการเสริม เช่น การปลูกกระดูก (Bone Grafting) ร่วมด้วย ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเป็นไปได้
- โรคประจำตัว โรคบางชนิดที่มีผลต่อการแผลหายหรือกระดูก เช่น เบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ หรือผู้ที่ได้รับยากลุ่ม Bisphosphonates อาจต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำหัตถการฝังรากเทียม
- ปัจจัยด้านการเงิน รากฟันเทียมมีต้นทุนทางวัสดุและเทคโนโลยีที่สูงกว่าฟันปลอมถอดได้ ทำให้ราคาการทำรากฟันเทียมต่อซี่มีราคาที่แพงกว่า การทำฟันปลอมแบบถอดได้
ในมุมมองทางทันตกรรมฟื้นฟู รากฟันเทียม ถือเป็นทางเลือกที่มอบผลลัพธ์ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมาก ทั้งในด้านการบดเคี้ยว การออกเสียง และการรักษาสภาพกระดูกขากรรไกร อย่างไรก็ตาม ฟันปลอมชนิดถอดได้ ยังคงเป็นทางเลือกมาตรฐานสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกายหรืองบประมาณ
การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม จำเป็นต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยทางคลินิก และการถ่ายภาพรังสี (X-Ray/CT Scan) โดยทันตแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
คลินิกบ้านหมอฟัน Loei Dental House Clinic
ที่ตั้ง: คลินิกบ้านหมอฟัน ตั้งอยู่ติดกับร้านแอดไวซ์ สาขาราชภัฏฯ จ.เลย
เบอร์โทรศัพท์: 088-060-1108
LINE Official: @loeidentalhouse
เว็บไซต์: loeidentalhouse.com



